คลื่นใต้น้ำเชิงพาณิชย์ เมื่อสมการราคาในสายการผลิต EV กำลังเปลี่ยนไป
ภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ระดับโลกกำลังเผชิญหน้ากับพายุความผันผวนด้านราคาวัตถุดิบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผู้ผลิตรายใหญ่ที่ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนแกว่งตัวรายสัปดาห์ ส่งผลให้โมเดลการคำนวณงบประมาณแบบดั้งเดิมเริ่มสูญเสียความน่าเชื่อถือ
ท่ามกลางนโยบายการย้ายฐานการผลิตกลับเข้าสู่ภูมิภาคหรือการเน้นพึ่งพาซัพพลายเออร์ในประเทศ แต่ในความเป็นจริงกลับนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิม ราคากลางอิสระ ทำให้ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาวะที่เป็นผู้ขอมากกว่าผู้เลือกในตลาด
สงครามชิงทรัพยากรคาร์บอนต่ำ และผลกระทบต่อโครงสร้างราคา
ตัวแปรใหม่ที่กำลังสร้างความปวดหัวให้กับนักวางแผนกลยุทธ์คือส่วนเพิ่มราคาสิ่งแวดล้อม ซึ่งรายการต้นทุนเหล่านี้ถูกฝังอยู่ในทุกชิ้นส่วนของแพลตฟอร์มรถยนต์รุ่นใหม่
- การจองล่วงหน้าในตลาดโลก: ผู้เล่นที่เข้ามาในตลาดช้าจึงตกอยู่ในฐานะผู้ซื้อสำรองที่มีอำนาจการเจรจาต่ำ
- กับดักกำไรที่ซ่อนอยู่ในคำว่าความยั่งยืน: ซัพพลายเออร์หลายรายมีการบวกเพิ่มราคาพิเศษโดยไม่มีเอกสารรับรองที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
- ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและการรายงานผล: ความผิดพลาดในการประเมินต้นทุนสีเขียวอาจส่งผลกระทบเกินกว่าเรื่องของกำไรขาดทุน
และการส่งผ่านต้นทุนที่ไม่มีกลไกมาตรฐานมักจบลงด้วยความขัดแย้งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายมากกว่าการร่วมมือเชิงกลยุทธ์
เครื่องมือสร้างความโปร่งใสในซัพพลายเชน
แนวคิดการใช้ฐานข้อมูลสากลช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับร่วมกันได้ เปรียบเสมือนการมีผู้ประเมินที่เป็นกลางคอยให้ข้อมูลความจริงแก่ผู้ซื้อและผู้ขาย
ช่วยให้องค์กรสามารถคำนวณต้นทุนวัตถุดิบแยกออกจากค่าพลังงานและส่วนเพิ่มราคาสีเขียวได้อย่างชัดเจน ส่งผลดีต่อการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวกับซัพพลายเออร์ที่สัตย์ซื่อ
การประยุกต์ใช้ Should-Cost Modeling เพื่อความยั่งยืน
การจำลองสถานการณ์ล่วงหน้าหากราคาวัตถุดิบผันผวนขึ้นลงจะช่วยให้องค์กรเตรียมแผนรับมือได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในขั้นตอนการออกแบบสายการผลิต
และการสร้างระบบซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่นและโปร่งใสจะเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในอนาคต
5 ขั้นตอนการปรับใช้กลยุทธ์ราคากลางอิสระในองค์กร
การนำองค์กรไปสู่ระบบจัดซื้อสมัยใหม่สามารถเริ่มต้นขึ้นได้ผ่านขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1: การเปลี่ยนผ่านจากสัญญาราคาคงที่สู่สัญญาอ้างอิงดัชนี
กำหนดรอบการปรับราคาที่สอดคล้องกับความผันผวนจริงของตลาดเช่นรายไตรมาสหรือรายเดือน
2. การจัดทำระบบ Should-Cost Modeling
ผสมผสานข้อมูลวิศวกรรมการผลิตเข้ากับดัชนีราคาวัตถุดิบเพื่อสร้างแบบจำลองต้นทุนที่ถูกต้อง
3. การจัดทำระบบ Green Premium Audit
ห้ามยอมรับส่วนเพิ่มราคาสีเขียวโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์หรือหลักฐานกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบได้
4. การสร้างระบบสื่อสารภาษากลางภายใน
ใช้ฐานข้อมูลและดัชนีราคาชุดเดียวกันในการตัดสินใจเลือกพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน
ขั้นตอนที่ 5: การกระจายความเสี่ยงเพื่อลดการพึ่งพาแหล่งผลิตเดียว
และใช้ราคากลางอิสระเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตชิ้นส่วน